อัลบั้มภาพ "บ้านฮะอุรา บ้านโบราณตำบลบ้านควน"

หน้าแรก > อัลบั้มภาพแหล่งท่องเที่ยว > บ้านฮะอุรา บ้านโบราณตำบลบ้านควน ( ประกาศเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 )







  <<  < [ 1 ][ 2 ] 
บ้านฮะอุรา บ้านมลายูโบราณอายุร่วม 150 ปีหลังนี้ เป็นของหวันมูซา บินหวันอุมัร ฮะอุรา "พ่อตา"คนหนึ่งของพระยาภูมินารถภักดี* หวันมูซาผู้สร้างบ้านหลังนี้เป็นบุตรของดาโต๊ะหวันอุมัร บินหวันฮาดี ต้นตระกูลฮะอุรา ดาโต๊ะหวันอุมัรต้นตระกูลฮะอุรา ติดตามตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บ** มาจากไทรบุรีตั้งแต่ พ.ศ.2382 หลังเสร็จศึกไทรบุรีครั้งที่4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัยให้แยกสตูลและเปอร์ลิสออกจากไทรบุรี โปรดเกล้าให้ตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บมาปกครองเมืองสตูล ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ที่พระยาอภัยนุราช ผู้ที่เป็นมือขวา ทำงานสร้างบ้านแปงเมืองสนองความประสงค์ของตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บก็คือดาโต๊ะหวันอุมัรท่านนี้ หลุมฝังศพด้านทิศตะวันตกในมัสยิดมำบังคือกูโบร์ของท่าน พระยาอภัยนุราชฝังร่างของท่านไว้ตามคำขอ ท่านไม่ประสงค์จะไปฝังศพที่อื่น นอกจากมัสยิดที่ท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างมาแต่ต้น เจ้าของบ้านฮะอุราปัจจุบันคืออาจารย์ อภินันท์ ฮะอุรา อดีตประธานชมรมตาดีกา อาจารย์เป็นบุตรของหวันสุไลมานซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของหวันมูซา นั่นหมายความว่า หวันปูเต๊ะ บินตีหวันมูซา (หวันเต๊ะ ฮะอุรา) ภรรยาคนที่ 4 ของพระยาภูมินารถภักดี มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆของอาจารย์ ตระกูลฮะอุรารับราชการมาตั้งแต่พระยาอภัยนุราชท่านแรกจนถึงท่านสุดท้าย เมื่ออำนาจการปกครองเมืองสตูลเปลี่ยนมือมาเป็นของพระยาภูมินารถภักดี ในปี2443 ย่อมได้รับการต่อต้านจากเชื้อสายพระยาอภัยนุราชเป็นธรรมดา พระยาภูมินารถภักดีแก้ไขปัญหานี้ด้วยการแต่งงานเป็นทองแผ่นเดียวกับบุตรสาวของผู้มีบารมี- หวันมูซา ผู้ซึ่งนอกจากเป็นปังฮูลู หรือกำนันมูเก็มฆวร (ตำบลบ้านควน)แล้ว ยังมีเครือญาติมากมายที่มีบารมีในบรรดาชนชั้นนำของเมืองสตูลยามนั้น บ้านหลังนี้เป็นจุดพักค้างคืนที่แรก เมื่อยามที่พระยาภูมินารถภักดีออกท้องที่ตรวจราชการ ปัจจุบันยังมีโต๊ะทำงานของท่านอยู่ในบ้าน มีโซ่ล่ามช้าง เพราะสมัยนั้นยังใช้ช้างเป็นพาหนะ. แต่อาจารย์นำโซ่ไปเก็บไว้ที่บ้านหลังอื่นพร้อมกับข้าวของสำคัญๆเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากได้ทิ้งบ้านไปเวลานาน เพิ่งกลับมาอยู่อาศัยได้แค่เดือนเศษ อาจารย์ชี้ให้ดูลานประหารใกล้บ้าน ซึ่งใช้ประหารชีวิตนักโทษคดีอุกฉกรรจ์สมัยตั้งเมืองใหม่ๆ ( ดูภาพสุดท้าย ) แต่ตัวบ้านสร้างหลังจากเลิกใช้เป็นลานประหารหลายสิบปี เดิมบ้านหลังนี้มุงหลังคาด้วยกระเบื้องกาบกล้วย ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระเบื้องลอนคู่ บันไดขึ้นลงสองทางเชื่อมกับระเบียงมุขหน้าไม่มีหลังคาคลุม แผนผังอาคารเป็นรูปตัวที อาจารย์ชี้ให้ดูประตูหน้าซึ่งตรงกับประตูหลัง และหน้าต่างซ้ายขวาที่อยู่ตรงข้ามกันแต่มีตำแหน่งตรงกัน พร้อมกับอธิบายว่า เรือนมลายูต้องสร้างแบบนี้ เพราะตัวเรือนตั้งบนตีนเสา ไม่ได้ฝังลงดิน เมื่อลมพัดเข้ามาต้องปล่อยให้ลมไหลผ่านออกไปให้หมด ไม่ให้ปะทะตัวบ้าน เพราะแรงลมอาจหอบเอาตัวบ้านออกไปจากที่ตั้งเดิมได้ เป็นภูมิปัญญามลายูที่สอดคล้องกับภูมิอากาศของคาบสมุทรแห่งนี้ ตัวบ้านทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ยังแสดงฝีมือช่างโบราณให้เห็น จากการประกอบกรอบฝาที่ใช้วิธีเข้าเดือย ก่อนการซ่อมแซมเป็นระยะๆ ตัวบ้านดั้งเดิมแทบจะไม่ใช้ตะปูแต่จะใช้ลูกสลักไม้แทน อาจารย์กล่าวถึงข่าวที่เคยมีสำนักข่าวบางแห่ง อ้างว่าอาจารย์ได้นำบ้านหลังนี้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานว่าไม่เป็นความจริง เพราะอาจารย์ยังไม่ได้ปรึกษาลูกๆ ซึ่งเป็นทายาทที่จะต้องรับช่วงบ้านหลังนี้ไปดูแลต่อ บ้านฮะอุรา เป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแห่งของจังหวัดสตูล ที่ยังน่าเป็นห่วง ตัวอาคารชำรุดไปมาก ในวัยชราของอาจารย์อภินันท์นั้น เกินกำลังที่ท่านจะซ่อมแซมไหว ___________________ * พระยาภูมินารถภักดี มีภรรยาที่มีบุตรด้วยกัน 4 ท่าน ** ตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บ เป็นบุตรของตนกูบิศนูผู้ซึ่งเป็นพระยาอภัยนุราชท่านแรก *** ตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บ ได้รับบรรดาศักดิ์พระยาอภัยนุราชท่านที่2. ปกครองสตูลตั้งแต่ พ.ศ.2382 ถึง 2419 จึงลาออกเพื่อเปิดทางให้ตนกูอิสมาแอลบุตรชายคนโตเป็นเจ้าเมืองต่อ ตัวท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสมันตรัฐบุรินทร์ท่านแรกเมื่อ พ.ศ.2419 และตนกูอิสมาแอลเป็นพระยาอภัยนุราชท่านที่3 ___________________ ขอกราบขอบพระคุณ : อาจารย์อภินันท์ ฮะอุรา ที่กรุณาเปิดบ้านนำชมและอนุญาตให้บันทึกภาพ ตลอดจนให้ความเมตตาช่วยอ่านภาษามลายูให้ผู้เขียนตลอดมา --------------------------- ศมานนท์ พฤกษ์พิเนต ภาพ/ข้อมูล